kruannja

...。◕‿◕。 k r u a n n j a 。◕‿◕。...

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การใช้ There is และ There are

การใช้ There is และ There are
@@@@@@@@@@
There is / There are มีความหมายว่า "มี" ใช้เมื่อต้องการจะบอกว่า "มีอะไรอยู่ที่ไหน" เช่น
How many books are there on the table? (มีหนังสืออยู่บนโต๊ะกี่เล่ม)
There is a book on the table. (มีหนังสืออยู่บนโต๊ะ 1 เล่ม)
How many apples are there in the basket? (มีแอ๊ปเปิ้ลอยู่ในตะกร้ากี่ผล)
There is an apple in the basket. (มีแอ๊ปเปิ้ลอยู่ในตะกร้า 1 ผล)
How many pens are there under the chair? (มีปากกาอยู่ใต้เก้าอี้กี่ด้าม)
There are two pens under the chair. (มีปากกาอยู่ใต้เก้าอี้ 2 ด้าม)
จากประโยคตัวอย่างข้างต้นจะพบว่า There is / There are ใช้แตกต่างกัน ดังนี้
1. There is ใช้นำหน้าคำนามเอกพจน์ หรือคำนามนับไม่ได้ เช่น 
There is a book on the table. (มีหนังสืออยู่บนโต๊ะ 1 เล่ม)
There is an apple in the basket. (มีแอ๊ปเปิ้ลอยู่ในตะกร้า 1 ผล)
There is water in the glass. (มีน้ำอยู่ในแก้ว)
2. There are ใช้นำหน้าคำนามพหูพจน์ เช่น 
There are two pens on the chair. (มีปากกาอยู่บนเก้าอี้ 2 ด้าม)
There are eight cats in the room. (มีแมวอยู่ในห้อง 8 ตัว)
There are dogs under the tree. (มีสุนัขอยู่ใต้ต้นไม้หลายตัว)

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2554

วิธีเด็ดช่วยจำศัพท์อังกฤษ


คำศัพท์ถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่การส่งเสริมทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน "ภาษาอังกฤษ" ยิ่งวัยเรียนมีคลังคำศัพท์ในความจำมากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถหยิบจับมาใช้ได้สะดวกเท่านั้น แต่อุปสรรคส่วนใหญ่ที่หลายคนมักประสบจนพาลขี้เกียจเรียนรู้ไปเลย นั่นคือ นึกศัพท์ไม่ออกหรือ แปลศัพท์ไม่ได้ซึ่งแท้จริงแล้วปัญหาดังกล่าวแก้ได้ไม่ยาก เพียงฝึกฝนสม่ำเสมอด้วยเทคนิคต่อไปนี้ 

เรียนคำศัพท์จาก ชีวิตประจำวันอาจเริ่มในสิ่งที่สนใจก่อน เช่น ฟังเพลง ดูหนัง หรือเมื่อพบข้อความตามสื่อต่าง ๆ ควรหมั่นอ่านอยู่ตลอดแม้ไม่รู้เรื่องทุกถ้อยคำ นอกจากจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับศัพท์มากมายแล้ว ยังเป็นการทบทวนความหมายของคำที่พบบ่อย ๆ ด้วย 

เรียนคำศัพท์จาก พจนานุกรมโดยพกขนาดกะทัดรัดติดตัวไว้เปิดหาความหมายเมื่อเกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ ควรเลือกใช้แบบอังกฤษ-อังกฤษ เพื่อฝึกทักษะการแปล หากมีตัวอย่างการใช้ศัพท์ด้วยจะดีทีเดียว 

เรียนคำศัพท์จาก กระดาษโน้ตด้วยการจดศัพท์ พร้อมคำแปลอย่างน้อยวันละ 10 คำ แล้วแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เช่น กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะหนังสือ ตู้เย็น ผนังห้องนอน ฯลฯ โดยเมื่อกระทบสายตาเมื่อไหร่ให้ท่องเมื่อนั้น เป็นอีกหนึ่งเทคนิคช่วยจำได้ดี ขณะเดียวกัน ยังช่วยฝึกทักษะการเขียนอีกด้วย 

เรียนคำศัพท์จาก การจัดหมวดหมู่โดยจำศัพท์ที่มีความสัมพันธ์กัน หรือมีความหมายตรงข้ามกัน จากนั้น ลองนึกถึงคำภาษาไทย แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนจะแต่งประโยค เพื่อฝึกการเรียบเรียงต่อไป 

หลักการจำคำศัพท์ที่สำคัญอีกประการ คงต้องอยู่ที่ความขยัน และหมั่นทบทวน เพื่อประสิทธิภาพการเรียนรู้อย่างเห็นผลนั่นเอง.